Search
Close this search box.

ลงทะเบียน

Please enable JavaScript in your browser to complete this form.
ชื่อ/Name
*กรุณากรอกข้อมูลชื่อ - นามสกุลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
รหัสผ่าน/Password
Checkboxes
นโยบายความเป็นส่วนตัว และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หลักสูตรการอบรมกำลังคนด้านโลจิสติกส์อัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน ห่วงโซ่คุณค่าและโลจิสติกส์โดยใช้ Mixed Reality Simulation สนับสนุนโดย มหาวิยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยพะเยา (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “MRC”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Policy) ขึ้น โดยนโยบายนี้ได้อธิบายถึงวิธีการที่ MRC ปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม การจัดเก็บรักษา การใช้ การเปิดเผย รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
เพื่อให้เจ้าของข้อมูลได้รับทราบถึงนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ MRC จึงประกาศนโยบายฯ ดังต่อไปนี้
1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัด
การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำโดยมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ในการเก็บรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลตลอดจนเก็บรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการ หรือบริการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดภายใต้วัตถุประสงค์ของหลักสูตรการอบรมกำลังคนด้านโลจิสติกส์อัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน ห่วงโซ่คุณค่าและโลจิสติกส์โดยใช้ Mixed Reality Simulation เท่านั้น เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญา เป็นต้น เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล เพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น เป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
ทั้งนี้ MRC จะดำเนินการให้เจ้าของข้อมูล รับรู้ ให้ความยินยอม ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือตามแบบวิธีการของ MRC อาจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งเกี่ยวกับความสนใจและบริการที่ท่านใช้ ซึ่งอาจประกอบไปด้วย
• ชื่อและนามสกุล
• ที่อยู่
• ตำแหน่งงาน
• สถานที่ทำงาน
• รหัสไปรษณีย์
• ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email address)
• หมายเลขโทรศัพท์
• วัตถุประสงค์การสืบค้นข้อมูลในเว็บไซต์ หรือข้อมูลอื่นใดที่จะเป็นประโยชน์ในการให้บริการ
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น MRC จะขอความยินยอมจากท่านก่อนทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่ เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ประมวลกฎหมายแพ่งและอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญา เป็นต้น และเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล เพื่อประโยชน์ของท่าน และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น
2. คุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคล
2.1 ข้อมูลส่วนบุคคที่รวบรวมและจัดเก็บให้เป็นไปตามภารกิจ ระเบียบและกฎหมายในการดำเนินงานขององค์กร โดยข้อมูลดังกล่าวจะได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของข้อมูล และปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ
2.2 ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจะถูกบันทึกและตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ขององค์กรและผู้ใช้บริการสามารถแจ้งหรือร้องขอปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
2.3 วิธีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบที่องค์กรได้กำหนดไว้
3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
3.1 เพื่อให้ MRC จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้าหรือมีความสัมพันธ์อยู่กับองค์กรหรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น จัดเก็บไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จัดเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
ทั้งนี้ MRC จะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว MRC จะไม่กระทำการใด ๆ แตกต่างจากที่ระบุในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูล เว้นแต่
(1) ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้แก่เจ้าของข้อมูลทราบ และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
(2) เป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
3.2 เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย สำนักงานอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปทำตามพันธกิจขององค์กร และกฎหมายอื่นที่กำหนดหรือบังคับให้สำนักงาน มีหน้าที่ต้องส่งหรือรายงานข้อมูล เช่น เพื่อป้องกันและตรวจจับความผิดปกติของสำนักงานที่นำไปสู่กิจกรรมที่ผิดกฎหมาย การรายงานข้อมูลของลูกค้าต่อกรมสรรพากร อาทิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือกรมสรรพากร หรือเมื่อองค์กร ได้รับหมายเรียก หมายอายัดจากหน่วยงานราชการ หรือ ศาล เป็นต้น อันเป็นกรณีตามฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย ตามมาตรา 24 (6) ของ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
3.3 เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของสำนักงาน สำนักงานอาจนำข้อมูลส่วนตัวของท่านไปใช้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 24 (5) ของ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ เช่น
- การป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการกระทำที่ผิดกฎหมายต่างๆ ซึ่งรวมถึงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานของประเภทธุรกิจเดียวกันในการป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงข้างต้น
- การบริหารความเสี่ยง/การกำกับตรวจสอบ/การบริหารจัดการภายในองค์กร ภายใต้นโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- อาจมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปยังผู้ให้บริการภายนอก เพื่อเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในระบบคลาวด์ (Cloud Computing) และเพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กร
- การตรวจสอบการรับส่งอีเมลหรือการใช้อินเตอร์เน็ตของสำนักงานกับลูกค้า เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลลับขององค์กร ต่อบุคคลภายนอก
- การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า เช่น การจัดการข้อร้องเรียน การเสนอสิทธิประโยชน์พิเศษโดยมีวัตถุประสงค์ทางการตลาดให้แก่ลูกค้า เป็นต้น
3.4 ประมวลผลตามฐานความยินยอม องค์กรอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน นำไป รวบรวม จัดเก็บ และใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในการประมวลผลเพื่อการออกแบบหรือพัฒนาระบบ E-Payment ให้เป็นประโยชน์ในการให้บริการแก่ท่าน
3.5 เพื่อนำเสนอและแนะนำเกี่ยวกับกิจกรรมทางการตลาดขององค์กร หรือเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด รวมถึงบริการที่ท่านสนใจ หรือการจัดทำบริการทางดิจิทัล หรือการวิจัยตลาดและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือเพื่อประโยชน์ในการจัดทำฐานข้อมูลและใช้ข้อมูลเพื่อเสนอสิทธิประโยชน์ตามความสนใจของท่าน หรือเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์และนำเสนอบริการหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ของผู้ให้บริการ และ/หรือบุคคลที่เป็นผู้จำหน่าย เป็นตัวแทน หรือมีความเกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการ และ/หรือของบุคคลอื่น และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย และ/หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่ใช้บังคับกับผู้ให้บริการ ทั้งขณะนี้และภายภาคหน้า และ MRC จะจัดเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้ตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์เหล่านั้นเท่านั้นหากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล MRC จะประกาศให้ท่านทราบ หากท่านประสงค์จะถอนความยินยอมในการประมวลผลดังกล่าว ท่านสามารถติดต่อและแจ้งความประสงค์กับองค์กรได้
4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
MRC จะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไปให้บุคคลใดโดยปราศจากความยินยอม และจะเปิดเผยตามวัตถุประสงค์ที่ได้มีการแจ้งไว้ อย่างไรก็ดี เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของ MRC และการให้บริการแก่เจ้าของข้อมูล MRC อาจมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ให้แก่เจ้าหน้าที่องค์กร ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้นโดยในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลดังกล่าว MRC จะดำเนินการให้บุคคลเหล่านั้นเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ และไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากขอบเขตที่ MRC ได้กำหนดไว้
นอกจากนี้ MRC อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เช่น การเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานราชการ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงในกรณีที่มีการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เช่น การร้องขอข้อมูลเพื่อการฟ้องร้องหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือการร้องขอจากหน่วยงานเอกชน หรือบุคคลภายนอกอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย
5. แนวทางในการดำเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
MRC ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน MRC จึงกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดในนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ขององค์กร ในการคุ้มครองและป้องกันความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลในการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์นั้น MRC ได้ใช้ระบบ Secure Socket Layer (SSL) ซึ่งเป็นมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่รับส่งผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันผู้ที่แอบดักจับข้อมูลขณะที่มีการส่งผ่านเครือข่าย Internet และใช้ Firewall เทคโนโลยีนี้ยังใช้สำหรับการยืนยันความมีอยู่จริงของเว็บไซต์อีกด้วย MRC จะมีการปรับปรุงและทดสอบระบบเทคโนโลยีของ MRC อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลมีความปลอดภัยสูงสุดและน่าเชื่อถือ ในการนี้ MRC สงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือการรักษาความปลอดภัย MRC เห็นว่าเครื่องมือดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลอยู่แล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ MRC ได้รับมา ซึ่งสามารถบ่งบอกตัวบุคคลของท่านได้ และเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน จะถูกนำไปใช้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานขององค์กร เท่านั้น และ MRC จะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มาตรการคุ้มครองและรักษาความลับของผู้ร้องเรียนเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียน และผู้ให้ข้อมูลที่กระทำโดยเจตนาสุจริต MRC จะปกปิดชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุตัวผู้ร้องเรียนหรือผู้ให้ข้อมูลได้ และเก็บรักษาข้อมูลของ ผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ โดยจำกัดเฉพาะผู้รับผิดชอบในการดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเท่านั้นที่จะเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้
องค์กรมีการกำหนดนโยบาย คู่มือและมาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ทั้งมาตรการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของท่านโดยมิได้รับอนุญาต หรือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เช่น นโยบายการรักษาข้อมูลความลับของลูกค้า และสำนักงานได้มีการปรับปรุงนโยบาย คู่มือและมาตรฐานขั้นต่ำดังกล่าวเป็นระยะๆ ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ให้บริการภายนอกขององค์กร ก็มีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลของลูกค้าตามสัญญาการเก็บรักษาความลับที่ได้ลงนามไว้กับองค์กร
องค์กรอาจไม่สามารถลบข้อมูลทั้งหมดของท่านออกจากฐานข้อมูลของสำนักงานได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่มีข้อมูลที่เหลืออยู่เนื่องจากการสำรองข้อมูลและเหตุผลอื่นๆ สำนักงานจะเก็บรักษาข้อมูลของท่านตราบเท่าที่ข้อมูลนั้นยังจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ของการรวบรวมข้อมูล ในกรณีที่ท่านยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับองค์กรไปแล้ว องค์กรจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่นกฎหมายว่าด้วยการบัญชี กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและการปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายภาษีอากร และตามนโยบาย คู่มือต่างๆ ในเรื่องการจัดเก็บและทำลายเอกสารต่างๆ ขององค์กร และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาในการเก็บแล้วองค์กร จะทำการลบทำลาย หรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้
6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
6.1 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไว้ ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ความยินยอมไว้แล้ว
6.2 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและขอทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
6.3 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
6.4 สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล
6.5 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
6.6 สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล
6.7 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลสามารถขอใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้ โดยยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่อ MRC เป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ตามแบบฟอร์มที่ MRC กำหนด ผ่าน “ช่องทางการติดต่อของ MRC” ด้านล่าง โดย MRC จะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องฯ ของเจ้าของข้อมูล ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องฯ ดังกล่าว ทั้งนี้ MRC อาจปฏิเสธสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดไว้
องค์กรคำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลของท่านซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านควรทราบ ได้แก่
- สิทธิในการถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิขอเพิกถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับสำนักงาน ในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อใดก็ได้ หากองค์กร ไม่มีฐานโดยชอบด้วยกฎหมายอื่นที่จะทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยต่อไป สำนักงาน จะดำเนินการลบข้อมูลออก
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอทราบและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบขององค์กร หรือขอให้องค์กร เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมได้
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอให้องค์กร ดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบันสมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้องค์กร ลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้
- สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับท่านได้
- สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการกรณีที่องค์กร ลูกจ้างหรือผู้รับจ้างขององค์กร ทำการฝ่าผืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- การร้องขอใดๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่ได้กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และองค์กร จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด โดยองค์กร จะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
7. การทบทวนและเปลี่ยนแปลงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
MRC อาจทำการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดตามกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานของ MRC รวมถึงข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากหน่วยงานต่าง ๆ โดย MRC จะประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ทราบอย่างชัดเจน ก่อนจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลง
8. ช่องทางการติดต่อ MRC /ผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบและควบคุมข้อมูล
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือข้อติชมใดๆ เกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล องค์กร ยินดีที่จะตอบข้อสงสัย รับฟังข้อเสนอแนะ และคำติชมทั้งหลาย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาปรับปรุงการให้บริการขององค์กรต่อไป โดยผู้ใช้บริการสามารถติดต่อองค์กรได้ดตามที่ปรากฏนี้

หลักสูตรการอบรมกำลังคนด้านโลจิสติกส์อัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน ห่วงโซ่คุณค่าและโลจิสติกส์โดยใช้ Mixed Reality Simulation สนับสนุนโดย มหาวิยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยพะเยา
โครงการศูนย์ฝึกอบรมกำลังคนด้านโลจิสติกส์อัจฉริยะฯ
อาคารปฏิบัติการวิศวกรรม S7 A
ห้องปฏิบัติการวิจัยเฉพาะทางชั้น 2 ห้อง 214 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
333 หมู่ 1 ต.ท่าสุด อ.เมือง จ. เชียงราย 57100